ประวัติกิจกรรมบำบัด

History of Occupational Therapy
Our History

ประวัติความเป็นมาของกิจกรรมบำบัด

จุดเริ่มต้นจากสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ที่มีทหารบาดเจ็บและพิการเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง วิชาชีพ "กิจกรรมบำบัด" (Occupational Therapy) จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการฟื้นฟูความสามารถในการดำเนินชีวิต ก่อให้เกิดสถาบันและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั่วโลกจนถึงประเทศไทย
พ.ศ. 2451 - 2499
กำเนิดกิจกรรมบำบัด และสหพันธ์โลก (WFOT)

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 มีทหารบาดเจ็บและพิการเป็นจำนวนมาก วิชาชีพกิจกรรมบำบัดจึงเกิดขึ้นเพื่อฝึกความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง

พ.ศ. 2451 มีการอบรมบุคลากรในโรงพยาบาลเกี่ยวกับงานฝีมือในผู้ป่วยจิตเวชที่ Chicago และ Marblehead สหรัฐอเมริกา ต่อมา พ.ศ. 2458 มีการจัดตั้งโรงเรียนกิจกรรมบำบัดแห่งแรกที่ Chicago ชื่อ "Henry P. Evill School of Occupation"

พ.ศ. 2473 ประเทศอังกฤษจัดตั้งโรงเรียนแห่งแรกที่ศูนย์บำบัดผู้ป่วยโรคจิตประสาทใน Briston ก่อนจะขยายไปทั่วประเทศมากกว่า 14 แห่ง

พ.ศ. 2499 มีการก่อตั้ง สมาพันธ์กิจกรรมบำบัดโลก (WFOT) โดยการริเริ่มของ 10 ประเทศ ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกกว่า 60 ประเทศ

ยุคเริ่มต้นในไทย
ก้าวแรกด้านจิตเวชและร่างกาย

ด้านจิตเวช: เริ่มต้นที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา โดย ศ.นพ.ฝน แสงสิงแก้ว ได้นำงานอาชีพ (เช่น งานทอ งานไม้) มาให้ผู้ป่วยทำเพื่อส่งเสริมการรักษา เรียกว่า "งานอาชีวบำบัด" โดยรับสมัครผู้จบอาชีวศึกษามาทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่อาชีวบำบัด

ด้านร่างกาย: เริ่มต้นที่โรงพยาบาลศิริราช โดย ศ.นพ.เฟื่อง สัตย์สงวน ก่อตั้งหน่วยอาชีวบำบัดขึ้นในปี พ.ศ. 2499 เพื่อฟื้นฟูผู้ป่วยในแผนกศัลยกรรมกระดูก พร้อมทั้งจัดอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่พยาบาลทั่วประเทศ

พ.ศ. 2513
นักกิจกรรมบำบัดคนแรกของประเทศไทย

กองสุขภาพจิต (ปัจจุบันคือ กรมสุขภาพจิต) ได้ขอทุนรัฐบาลไทยเพื่อส่งบุคลากรไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้าน Occupational Therapy ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

ผู้ที่ได้รับทุนคือ นางสาวสุชาดา อรุณศรี จึงนับเป็น นักกิจกรรมบำบัดคนแรกของประเทศไทย หลังจากสำเร็จการศึกษาได้กลับมาจัดอบรมเจ้าหน้าที่อาชีวบำบัดรุ่นแรก และนำหลักการทางกิจกรรมบำบัดมาประยุกต์ใช้อย่างเป็นระบบ

พ.ศ. 2517 - 2539
สถาบันการศึกษาแห่งแรก (ม.เชียงใหม่)

พ.ศ. 2517 คณะเทคนิคการแพทย์ ม.เชียงใหม่ นำโดย ศ.นพ.ชัยโรจน์ แสงอุดม และ รศ.นพ.เทอดชัย ชีวะเกตุ ริเริ่มโครงการตั้งสาขาวิชา โดยส่งอาจารย์ไปศึกษาต่อต่างประเทศ (นายณรงค์ สุขาบูรณ์, น.ส.อรพรรณ วิญญูวรรธน์, น.ส.พิมพ์อำไพ โภวาที, นางสร้อยสุดา วิทยากร, น.ส.พรทิพย์ ธีรสวัสดิ์, นางมยุรี เพชรอักษร)

พ.ศ. 2523 เปลี่ยนชื่อเป็น "ภาควิชากิจกรรมบำบัด" เปิดรับนักศึกษารุ่นแรก 10 คน ถือเป็นสถาบันแรกและแห่งเดียวในขณะนั้น

พ.ศ. 2539 WFOT ได้รับรองมาตรฐานหลักสูตรกิจกรรมบำบัดของ ม.เชียงใหม่ อย่างเป็นทางการ

พ.ศ. 2530 - 2545
จากชมรมสู่สมาคมระดับชาติและสากล

พ.ศ. 2530 จัดตั้ง "ชมรมกิจกรรมบำบัด" ที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า (น.ส.วลัยพร สุดจินดา เป็นประธานคนแรก) ต่อมาย้ายที่ทำการไป ม.เชียงใหม่ และเปลี่ยนชื่อเป็น "ชมรมนักกิจกรรมบำบัดแห่งประเทศไทย" ในปี 2536

29 มิ.ย. 2538 จดทะเบียนเป็น "สมาคมนักกิจกรรมบำบัดแห่งประเทศไทย" และภายหลังรวมกับสมาคมอาชีวบำบัดฯ เพื่อใช้ชื่อ "สมาคมนักกิจกรรมบำบัด/อาชีวบำบัดแห่งประเทศไทย" เปิดรับสมาชิกทุกระดับ

พ.ศ. 2545 สมาคมฯ ได้เข้าเป็นสมาชิกและได้รับการรับรองจาก WFOT ณ กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน

พ.ศ. 2545 - 2551
การรับรองกฎหมายและการเป็นวิชาชีพเฉพาะ

23 ก.ค. 2545 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให้สาขากิจกรรมบำบัดเป็น สาขาการประกอบโรคศิลปะ

พ.ศ. 2547 เริ่มการสอบขึ้นทะเบียนเพื่อรับใบอนุญาตเป็นครั้งแรก

พ.ศ. 2548 ประกาศระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการรักษาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพฉบับแรก

ต่อมา สำนักงาน ก.พ. ได้อนุมัติกำหนดให้มีสายงานนักกิจกรรมบำบัด และประกาศให้เป็น "วิชาชีพเฉพาะ" โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2551

พ.ศ. 2549 - 2551
การขยายการผลิตบัณฑิตสู่สถาบันใหม่

พ.ศ. 2549 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เปิดสอนหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (ปริญญาโท) สาขากิจกรรมบำบัด โดยนับถึงปี 2552 สามารถผลิตบัณฑิตได้ถึง 770 คน และมหาบัณฑิต 5 คน

พ.ศ. 2551 มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เปิดสอนหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขากิจกรรมบำบัด ที่คณะกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวประยุกต์ (เปลี่ยนชื่อเป็นคณะกายภาพบำบัด ในปี 2553) โดยรับนักศึกษารุ่นแรกจำนวน 40 คน ซึ่งถือเป็นการขยายการผลิตบัณฑิตครั้งสำคัญของประเทศไทย

Visitors: 129,078